สักคิ้วถาวร ควรเลือกทำศัลยกรรมดูดไขมันกับคลินิกหรือโรงพยาบาล

สักคิ้วถาวร ควรเลือกทำศัลยกรรมดูดไขมันกับคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งก่อนทำควรปรึกษาแพทย์รวมทั้งศึกษาผลงานของแพทย์ท่านนั้น ๆ ให้ดีเสียก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อความมั่นใจว่าทำออกมาแล้วจะได้ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจหรือไม่ต้องมาเจ็บตัวแก้ไขทีหลัง สักคิ้วถาวร.

สักคิ้วถาวร

4. ผู้ที่เหมาะจะทำศัลยกรรมดูดไขมันควรมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) น้อยกว่า 30

5. เตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนทำศัลยกรรมดูดไขมัน โดยคุณสาว ๆ จะต้องงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาหรือสารต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอาการผิดปกติแก่ร่างกาย ทั้งนี้ก่อนทำการดูดไขมันควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนว่าคุณมีโรคประจำตัว โรคติดต่อ หรือแพ้ยาอะไรบ้าง ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมาก ๆ ห้ามละเลยเด็ดขาด !

6. การดูดไขมัน อาจช่วยในการลดไขมันบริเวณนั้น ๆ แต่ไขมันส่วนอื่นอาจจะเพิ่มขึ้นมาแทนได้ ทั้งนี้ก็เพราะร่างกายจะสร้างและสะสมไขมันขึ้นมาเพื่อทดแทนส่วนที่หายไปนั่นเอง ดังนั้นหลังดูดไขมัน ควรจะต้องหมั่นออกกำลังกายและคุมอาหาร อย่าปล่อยให้ไขมันพอกพูนเหมือนเดิม จะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์นะคะสาว ๆ สักคิ้วถาวร

7. ไขมันที่ดูดออกมาสามารถนำไปเติมส่วนอื่น ๆ ได้ ตั้งแต่ริมฝีปาก คาง แก้ม หรือเสริมส่วนต่าง ๆ ที่บกพร่อง เพราะไขมันที่ดูดออกมาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเรา ดังนั้นจึงสามารถนำไปฉีดเสริมส่วนอื่น ๆ ได้โดยไม่มีอันตราย ทั้งนี้สำหรับใครที่อยากจะฉีดเสริมส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติม ก็สามารถปรึกษาหรือบอกกับศัลยแพทย์ให้ทำพร้อม ๆ กับการดูดไขมันเลยค่ะ
การทำศัลยกรรมดูดไขมัน หลัก ๆ แล้วมีวิธีดังนี้…

– การดูดไขมันด้วยการฉีดสารสลายไขมัน เป็นการฉีดสารละลายที่มีส่วนผสมของยาชาเข้าไป ทำให้เซลล์ไขมันแตก และถูกขับออกตามระบบน้ำเหลือง วิธีนี้จะทำให้เกิดบาดแผลน้อยกว่าวิธีอื่น ๆ และผิวหนังที่สลายไขมันออกไปก็จะเรียบเนียน แต่ทั้งนี้ก็อาจต้องใช้เวลา เพราะแต่ละคนจะสลายไขมันเร็วช้าไม่เท่ากัน

– การดูดไขมันด้วยอัลตราซาวด์ เป็นการนำคลื่นเสียงความถี่สูงมาใช้ โดยจะส่งสัญญาณเสียงผ่านไปที่ปลายท่อยาว ทำให้เซลล์ไขมันแบบหนาแน่นสลายตัว จากนั้นจึงดูดออก

– การดูดไขมันด้วยเลเซอร์ เป็นการใช้แสงเลเซอร์ยิงเซลล์ไขมันให้กลายเป็นน้ำมัน แล้วดูดไขมันที่ละลายแล้วออกมา

9. ทำใจยอมรับกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น โดยทั่วไปแล้วอาจจะมีผลข้างเคียงจากการใช้ยาชาหรือยาสลบ บางรายอาจมีอาการบวมน้ำ มีรอยช้ำ (ซึ่งต้องใช้เวลาอาการถึงจะทุเลา) หรือบางรายอาจมีรูปร่างผิดปกติบริเวณที่ดูดไขมัน อย่างเช่น กล้ามเนื้อนูนโค้งไม่สม่ำเสมอกัน หรือมีรอยย่น เป็นต้น ซึ่งหากใครที่มีปัญหา แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาและแก้ไขจะดีที่สุด

10. ระยะเวลาหลังการทำศัลยกรรมดูดไขมันร่างกายจะเข้าที่ประมาณ 3-6 เดือน ทั้งนี้จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่ที่การดูแลรักษาตัวเอง รวมถึงความชำนาญของศัลยแพทย์ด้วย ซึ่งในช่วงระยะแรก ๆ ที่พักฟื้นควรจะปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และควรเข้ารับการตรวจให้ตรงเวลาตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง

เมื่อได้ศึกษาข้อมูลก่อนทำศัลยกรรมดูดไขมันแบบครบถ้วนกันไปแล้ว คราวนี้คุณสาว ๆ ก็ไม่ต้องกังวลใจกันแล้วล่ะ แค่เตรียมตัวเตรียมใจและเตรียมเงินในกระเป๋าสตางค์ให้พร้อม เพียงเท่านี้คุณก็จะมีรูปร่างที่สวยงามกระชับได้แล้วล่ะค่ะ อิอิ.

Leave a Reply

Name *
Email *
Website